ไปพบข้อเขียน ของ Jo Owen ใน BNET อ่านแล้วน่าสนใจดี เพราะ พูดถึงคำจำนวน 12 คำที่ไม่ควรพูด
เพราะหากพูดไปแล้วอ่าจได้ผลอีกอย่างก็เป็นได้
เหมือน คำกล่าวที่ ว่า
"ก่อนเราพูด เราเป็นนาย พอพูดไปแล้ว เราก็จะเป็นทาสคำพูดของเรา" อะไรทำนองนี้แหละ
มาดูกันว่า มีคำอะไรบ้าง
1."เพียงแค่" หรือ "Just" จริงๆ แล้ว การพูดคำว่า แค่ หรือ just ดูเหมือนผู้พูดจะ"พยายาม" ให้เรื่องที่พูดดูเหมือนเล็กน้อย หรือ จิ๊บจ๊อย ไม่สำคัญ หรือ ง่ายดาย อะไรทำนองนั้น อย่างเช่นถ้าเราจะขอร้องให้ใครสักคน ทำอะไรให้เราโดยกล่าวว่า "คูณน้องจ๋า ช่วยพิมเอกสาร
แค่ 500 หน้าให้พี่ในวันจันทร์ ได้ไหมจ๊ะ" คุณน้องอาจพยักหน้า "ได้เลย คะพี่"
แต่คุณพี่ที่เคารพ อาจจะได้ เอกสาร 500 หน้า ใน ปลายสัปดาห์ บ่ายวันศุกร์ ก็ได้
โทษฐาน ใช้คำว่า "แค่" ก็เพราะคุณน้องเธอให้ความสำคัญกับ งานด่วนของคุณพี่เป็นอันดับ รองๆ ลงไปซิคะ
2."แต่ แต่ว่า" หรือ "BUT''
โปรด-พึง-ระลึก ไว้เลยว่า เมื่อใดก็ตามที่เรา กล่าวคำว่า "แต่" ก่อนที่เราจะเข้าสู่เรื่องราวที่เราต้องการพูด แล้ว
มันจะทำให้เราเป็นคนเรื่องมาก และ เจ้าปัญหาไปในที่สุด คล้ายกับ พูดว่า "พี่อยากจะช่วยคุณน้องนะคะ แต่ว่า......."(คุณพี่แกอยากแก้แค้นคุณน้อง ทำนองนั้น)
3."จาก" หรือ FROM ส่วนมากแล้ว โฆษณามักจะมี ประโยคจำพวก " บินลัดฟ้าไปกรุงโรม เริ่มต้นจาก 10 ปอนด์ - (ถึง) 100 ปอนด์ โดยไม่รวมภาษี และ อื่นๆ โดยจะแทรกตัวเลือกเพิ่มเติม เช่น "พิเศษสำหรับไฟลท์ ตี 4 " หรือ สนามบินใดก็ได้ ที่อยู่ห่างจากกรุงโรม 100 กิโล
โอเค ข่าวดีก็คือ คุณโชคดี ที่ได้ตั๋วราคาถูก อะไรอย่างนั้น
ข่าวร้าย ก็คือ คุณต้องสำรองที่นั่งล่วงหน้าหนึ่งปี
4."อาจจะ" หรือ MIGHT อาจจะ มักจะถูกใช้ เพื่อให้บรรุลุวัตถุประสงค์ พร้อมกัน 2 อย่าง อย่างแรกก็คือ เวลาที่เราจะเจรจาขอตำแหน่งใหม่จากเจ้านาย ก็จะเป็นแบบนี้ "ผมอาจจะทำไอ้โน่น ได้ ไอ้นี่ได้ " แล้ว ตามมาด้วยคำว่า "ถ้า"
อย่างที่สอง ก็คือ เหมือนจะเป็นการพูดออกตัวไว้ก่อน (ไม่รู้ว่าภาษาอังกฤษ ใช้คำว่าอะไร)
เช่น "ผมควรจะทำได้สำเร็จแล้ว ถ้าเพียงแต่....."
เราจะถูกมองว่า เป็นตัวปัญหา และ เชื่อถือไม่ได้ เพราะอะไรก็ตามที่เราทำมันจะมีเงื่อนไขทั้งสิ้น
5."เท่านั้น - เฉพาะ" หรือ ONLY ไม่ว่าอะไรก็ตาม การกล่าว ประโยคที่ประกอบไปด้วยคำว่า เท่านั้น หรือ โดยเฉพาะ อย่างเช่น "ก็แค่ความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ ครับ ก็แค่เราหย่อนระเบิดนิวเคลียผิดที่ไปตก ในกรุงลอนดอน
เท่านั้น"
โอ ..นี่มันทำผิดเล็กๆ น้อยๆ นะเนี่ย
อย่างนี้ อาจเรียกว่า เป็นการกลบเกลื่อน ความผิดใหญ่หลวงด้วยการโน้มน้างผู้ฟัง ให้รู้สึกว่า ไม่เท่าไหร่
6."สำคัญ และ ด่วนมาก" หรือ Important and Urgent. นึกถึงโฆษณาเล็กๆของบริษัท รับส่งพัสดุภัณฑ์ระดับโลก ว่า ถ้า(ไม่)ด่วนมาก ก็ไม่ต้องใช้บริการส่งด่วนให้เปลืองเงินหรอก พี่"
ดูแล้ว แสดงความจริงใจต่อลูกค้าจริงๆ
นั่นเป็นกลเม็ดในการยกระดับ การนำเสนอที่เข้าใจจิตวิทยาของ ผู้ฟังเป็นอย่างดี
"นี่คือผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สำคัญอย่างมาก ที่เราจะนำเสนอ....."
- มันสำคัญสำหรับใครละ
- และ ทำไมต้องสำคัญ และ ด่วนด้วย
เพราะ น้ำหนักความสำคัญอย่างเหลือหลายของประโคต
อาจเป็นของผู้พูดต่างหาก ไม่ใช้ตัวผู้ฟัง ดังนั้น พึงระลึกเสมอว่า ต้องตอบได้ว่า ทำไม ถึงได้สำคัญสำหรับผู้ฟังหรือลูกค้าด้วย จริงๆนะ
7."ยุทธศาสตร์" หรือ Strategic ใช้คำนี้เมื่อใด
ประโยคของคุณจะขลัง และ ทรงพลัง เป็นอย่างยิ่ง
คุณ หรือ ผู้กล่าวคำนี้ ไม่จำเป็นต้องหาคำอธิบาย ใดๆเกี่ยวกับสถานะทางการเงิน
เพื่อสนับสนุนการทำงานอีกต่อไป
เพราะมันเพียงพอแล้ว ที่จะทำให้ผู้ฟังคล้อยตามได้โดยไม่รู้ตัว
"ยุทธศาสตร์การลงทุนด้าน ไอทีของเรา (ซึ่งมียอดเงินลงทุนกว่า 100 ล้านปอนด์ และ ไม่รู้ว่าจะคุ้มค่าเงินลงทุนหรือไม่) เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อความอยู่รอดขององค์กร"
คุณ โดนคาถา "ยุ-ท-ธ-ศ-า-ส-ต-ร์" เข้าแล้ว8."ลดขนาดองค์กร - การเพิ่มประสิทธิภาพ" หรือ เสียงในฟิล์มประเภท Rightsize, downsize, best shore, offshore, outsource, optimise, redeploy, downshift, re-engineer
เป็นคำพูด ศัพย์แสง ที่ดูสวยหรู พูดแล้วดูมีความรู้ มีหลักการ
แต่ทำให้ผู้ฟังสับสน และ งง ว่า มันจะมาไม้ไหน
อย่างเช่น
มีกีวิธีที่จะหลีกเลี่ยง การพูดถึง การยืด หรือ อยู่รอดขององค์กร
คำตอบ คืออะไรไม่รู้
แต่มันหมายความถึง "เราจะปลดพนักงานออก"
9."ขอบคุณ หรือ "Thank you ปกติแล้ว การขอบคุณเป็นสิ่งที่ดีครับ
แต่ยกเว้นว่า คุณจะได้ยินคำนี้ จาก ระบบตอบรับอัตโนมัต
ใช่ครับ อย่างเช่นประโยคตอบรับ ว่า
"ขอบคุณคะ (เสียงชัดเจน หวานแหวว) ขอบคุณที่คุณโทรมา ระบบของเราได้ตัดเงิน หรือ คิดเงินคุณเป็นจำนวน......"
อ้าว ...ไม่ได้ฟรีหรอกเหรอ
เพราะ ความหมายของผู้ให้บริการ(ที่ตอบรับโทรศัพท์ของเรา)
หมายถึง "เราจะให้คุณถือหูรอไว้จนกว่า คุณจะยอมแพ้ไปเอง หรือไม่ก็เปลี่ยนไปใช้ระบบออนไลน์แทน"
ถ้าอย่างนี้ไม่ต้องขอบคุณก่อนก็ได้นะ
10."น่าสนใจ" หรือ Interest เป็นคำที่น่ากลัวคำหนึ่งเลย
โดยเฉพาะเมื่อ ทนายของคุณพูดคำนี้
หมายถึงว่า คุณ
งานเข้าแล้ว ถ้า หมอพูดคำนี้ มันจะหมายถึง
"ตรวจเถอะครับ ว่าคุณจะมีอายุอยู่ได้นานเท่าใด"
ภาวะวิกฤต เป็นเรื่องที่เรียกร้องความสนใจอย่างแน่นอน
11."โอกาส" หรือ Oppotunity ชอบพูดกันว่า พลิกวิกฤติ เป็น โอกาส
แต่โอกาส มักจะหมายถึง ปัญหา ที่จะเกิดขึ้นตามมาด้วย
แล้ว เรามีความสามารถแค่ไหนที่จะจัดการ กับปัญหาละ
ยิ่งเรากำจัดตัวปัญหาออกไป
เราก็จะมีโอกาสมากเท่านั้น
นั่นคือสิ่งที่อยากจะบอกใช่ไหม
12."การลงทุน" หรือ Investment คำสุดท้าย
"การลงทุน"
การใช้จ่าย เป็นสิ่งที่ไม่ดี
และ การลงทุนเป็นสิ่งที่ดี
นี่เป็นข้อแตกต่างที่เห็นชัดระหว่างรัฐบาล และ เอกชน
รัฐบาล (ใช้เงินจ่าย)ลงทุนในเรื่องของการศึกษา และ สุขภาพ รวมถึงอนาคตที่ดีของ ประชาชน
ภาคธุรกิจก็มักจะตามภาครัฐบาล แต่ที่ไม่เหมือนกันก็คือ
ภาคธุรกิจ พิมพ์แบ็งค์ เองไม่ได้ แต่ รัฐบาล ทำได้ (ฮา)
หาอ่านต้นฉบับ จาก BNET/UK